HR ยืมได้ — BorrowHR

สำหรับเจ้าของกิจการและทายาท
ที่เรื่องคน เริ่มคุยกันเองในบ้านไม่จบ

หน้าแรก · บันทึกจากหน้างาน

โตมา 50 คนแล้ว ควรจ้าง HR เต็มเวลาหรือยัง

12 สิงหาคม 2569 · อ่าน 7 นาที

คำถามนี้มักมาถึงผมตอนที่เจ้าของเริ่มรู้สึกว่าเรื่องคนกินเวลาไปมากกว่าเรื่องธุรกิจ แต่ยังไม่แน่ใจว่าถึงเวลาต้องมีคนดูแลเต็มตัวหรือยัง

ผมตอบด้วยจำนวนคนอย่างเดียวไม่ได้ครับ เพราะบริษัท 40 คนที่ทำงานแบบเดียวกันทั้งบริษัท กับบริษัท 40 คนที่มีทั้งหน้าร้าน โรงงาน และออฟฟิศ ต้องการคนละแบบกันมาก

แต่มีสัญญาณที่มักมาก่อนเสมอ และสัญญาณพวกนี้บอกได้ดีกว่าตัวเลขจำนวนคน

สัญญาณที่มักมาก่อน

ช่วง 10–20 คนแรก บริษัทส่วนใหญ่เดินได้ดีมาก เพราะคุณคุมได้เองทั้งหมด ตัดสินใจเร็ว สั่งงานตรง และทุกคนรู้จักกันหมด ไม่ต้องมีระเบียบอะไรมากก็ทำงานกันได้

พอขยับมาถึงสามสี่สิบคน สิ่งที่เคยเป็นจุดแข็งจะเริ่มทำงานกลับด้าน ผมมักเห็นสัญญาณเหล่านี้ก่อนที่เจ้าของจะโทรหาผม

  • เรื่องที่เคยจบในวันเดียว ต้องคุยสามสี่รอบกว่าจะจบ
  • มาตรฐานการทำงานของแต่ละคนเริ่มไม่เท่ากัน เพราะไม่เคยมีใครเขียนไว้ว่าแค่ไหนคือดีพอ
  • เงินเดือนคนเก่ากับคนใหม่เริ่มไม่สอดคล้องกัน
  • คุณต้องเข้าไปตัดสินเรื่องคนบ่อยขึ้น ทั้งที่อยากเอาเวลาไปใช้กับเรื่องธุรกิจ
  • คนที่คุณให้ดูแลเอกสาร เริ่มถูกคาดหวังให้ตัดสินใจเรื่องคนแทน ทั้งที่ไม่เคยมีใครสอนเขา
  • เรื่องเล็กที่ปล่อยไว้ กลายเป็นเรื่องใหญ่ในอีกหกเดือนถึงหนึ่งปี

ถ้าตรงหลายข้อ ผมอยากให้มองแบบนี้ครับ มันไม่ได้แปลว่าใครทำงานไม่ดี แต่แปลว่าวิธีดูแลคนที่ใช้อยู่ ถูกออกแบบมาสำหรับบริษัทที่เล็กกว่านี้ แล้วบริษัทโตแซงมันไปแล้ว

เรื่องเงินเดือนคนเก่ากับคนใหม่ ผมเขียนแยกไว้อีกเรื่องหนึ่ง เพราะเป็นข้อที่บานปลายเร็วที่สุดในหกข้อนี้ — พนักงานเก่าเงินเดือนน้อยกว่าคนใหม่ แก้ยังไงไม่ให้บานปลาย

ทำไมช่วง 20–100 คนถึงยากเป็นพิเศษ

ช่วงนี้เป็นช่วงที่ผมว่ายากที่สุด เพราะมันคาบเส้นพอดีสามเรื่องพร้อมกัน

เล็กเกินกว่าจะจ้างระดับผู้อำนวยการเต็มเวลา

ค่าตัวสูง และงานจริงในแต่ละวันยังไม่เต็มมือเขา คุณจะได้คนเก่งที่นั่งว่างครึ่งค่อนวัน ซึ่งไม่ดีกับทั้งคุณและกับตัวเขาเอง

ใหญ่เกินกว่าจะให้เจ้าของตัดสินใจทุกเรื่อง

ข้อนี้ไม่เกี่ยวกับความสามารถของคุณเลยครับ แต่เกี่ยวกับว่าวันหนึ่งมี 24 ชั่วโมง พอคุณกลายเป็นคอขวด คนจะเริ่มรู้สึกว่าการตัดสินใจช้าและไม่สม่ำเสมอ ทั้งที่คุณตั้งใจดีมาตลอด

คนที่ดูแลเอกสารอยู่ ถูกผลักให้ดูแลคนโดยไม่มีใครเตรียมให้

เขาเก่งเรื่องระเบียบ ตรงเวลา ทำเอกสารไม่เคยผิด แต่การวางโครงสร้างเงินเดือน หรือการเปิดบทสนทนาที่ยากกับพนักงาน เป็นคนละทักษะกันคนละเรื่อง และไม่ใช่สิ่งที่เรียนรู้เองได้จากการทำงานประจำวัน ต้องมีคนพาทำ

สองทางที่คนส่วนใหญ่เลือก และราคาของแต่ละทาง

ทางแรก จ้างเต็มเวลาไปเลย

คุณจะได้คนที่ทำเอกสารเรียบร้อย เงินเดือนออกตรงเวลา ประกันสังคมไม่มีพลาด ซึ่งมีค่ามากนะครับ ไม่ใช่เรื่องเล็ก

แต่พอคุณถามว่า "ปีหน้าควรตั้งงบเงินเดือนไว้เท่าไหร่" หรือ "คนนี้ควรได้ขึ้นเท่าไหร่ถึงจะยุติธรรมกับคนที่เหลือ" เขามักตอบไม่ได้ ไม่ใช่เพราะไม่เก่ง แต่เพราะไม่เคยมีใครพาเขาไปถึงตรงนั้น

ราคาที่จ่ายคือเงินเดือนประจำที่เพิ่มขึ้น บวกกับเวลาของคุณที่ยังต้องเข้าไปตัดสินเองอยู่ดี

ทางที่สอง ปล่อยไว้ก่อน เพราะยังไหว

ราคาที่จ่ายคือปัญหาจะสะสมแบบเงียบ ๆ แล้วมาโผล่พร้อมกันตอนที่มีเรื่อง ซึ่งมักเป็นตอนที่คนสำคัญยื่นใบลาออก หรือตอนมีข้อพิพาทกับพนักงาน

สองจังหวะนั้นเป็นจังหวะที่แก้แพงที่สุด เพราะคุณจะต้องตัดสินใจตอนที่ไม่มีเวลาคิด

ผมไม่ได้จะบอกว่าสองทางนี้ผิดนะครับ ผมเห็นบริษัทที่เลือกทางที่สองแล้วผ่านมาได้ก็มี แต่ผมอยากให้เลือกโดยรู้ว่ากำลังแลกอะไรอยู่ มากกว่าเลือกเพราะยังไม่ได้นึกถึงมัน

สามอย่างที่ทำได้เลย โดยยังไม่ต้องจ้างใครเพิ่ม

1. เขียนสิ่งที่ทำอยู่แล้วลงกระดาษ

ไม่ต้องคิดของใหม่ แค่จดว่าตอนนี้บริษัทให้ลากี่วัน คิดค่าล่วงเวลายังไง ใครอนุมัติอะไรได้บ้าง แล้วเอาไปเทียบกับที่กฎหมายกำหนด

แค่ขั้นนี้ขั้นเดียว หลายบริษัทก็เจอจุดที่ต้องแก้แล้ว และแก้ตอนนี้ถูกกว่าแก้ตอนมีเรื่องมาก

2. ตั้งหลักเรื่องเงินเดือนก่อนที่จะต้องใช้

ไม่ต้องทำเป็นระบบใหญ่โต แค่ตอบให้ได้ว่าตำแหน่งนี้เริ่มต้นเท่าไหร่ สูงสุดควรอยู่ที่เท่าไหร่ และอะไรคือเหตุผลที่ทำให้คนหนึ่งได้ขึ้นมากกว่าอีกคน

มีหลักไว้ก่อน แปลว่าวันที่ต้องตัดสินใจจริง คุณจะไม่ต้องตัดสินด้วยความรู้สึกในวันนั้น

3. สอนคนที่ดูแลเรื่องนี้ให้คุยเรื่องธุรกิจเป็น

อันนี้ให้ผลระยะยาวที่สุด และคนส่วนใหญ่ข้ามไป ลองพาเขาเข้าประชุมที่คุยเรื่องตัวเลขของบริษัท แล้วอธิบายให้เขาฟังว่าทำไมถึงตัดสินใจแบบนั้น

คนที่เข้าใจว่าบริษัทหาเงินจากอะไร จะเสนอเรื่องคนได้ต่างจากคนที่รู้แต่ระเบียบ

ทายาทกับคนที่สร้างบริษัทมาเอง เจอคนละแบบ

ถ้าคุณรับช่วงต่อมา ปัญหามักไม่ได้อยู่ที่พนักงานไม่เคารพคุณ แต่อยู่ที่ระบบเดิมผูกอยู่กับตัวคนรุ่นก่อน พนักงานจึงยังรอดูว่าตกลงตอนนี้ใครตัดสิน เรื่องนี้ผมเขียนไว้ละเอียดกว่านี้ที่ รับช่วงต่อจากรุ่นพ่อ แล้วพนักงานเก่าไม่ฟัง

ถ้าคุณสร้างบริษัทมาเอง ปัญหามักตรงข้ามกัน คือคุณเคยชินกับการตัดสินใจเร็วและใกล้ชิด ซึ่งเป็นสิ่งที่พาบริษัทมาถึงตรงนี้ได้ แต่พอคนมากขึ้น ความใกล้ชิดแบบเดิมกลายเป็นคอขวด และมันยากกว่าเพราะคุณต้องเลิกทำสิ่งที่เคยได้ผลมาตลอด

แล้วสรุปควรจ้างเมื่อไหร่

ถ้าให้ผมตอบสั้น ๆ ครับ ให้ดูว่าคุณต้องการคนทำงานหรือต้องการคนช่วยตัดสินใจ

ถ้างานเอกสารเยอะจนคนเดิมทำไม่ทัน นั่นคือถึงเวลาจ้างเพิ่มจริง และจ้างระดับที่ทำงานได้ก็พอ

แต่ถ้าปัญหาคือไม่มีใครตอบคำถามยาก ๆ เรื่องคนให้คุณได้ การจ้างคนทำเอกสารเพิ่มจะไม่ช่วย สิ่งที่ต้องการคือคนที่เคยตัดสินใจเรื่องแบบนี้มาก่อน ซึ่งไม่จำเป็นต้องอยู่กับคุณเต็มเวลา และไม่จำเป็นต้องอยู่ตลอดไป

ถ้ายังไม่แน่ใจว่าบริษัทคุณอยู่ตรงไหน

ผมมีบริการตรวจสุขภาพระบบคนแบบไม่มีค่าใช้จ่าย คุยกัน 60 นาที แล้วผมส่งสรุป 1 หน้าให้ภายใน 2 วันทำการ ระบุ 3 เรื่องที่ควรจัดการก่อน และ 3 เรื่องที่คุณทำเองได้เลยโดยไม่ต้องจ้างใคร

รอบนี้ไม่มีการเสนอขายครับ

ตรวจสุขภาพระบบคน — ไม่มีค่าใช้จ่าย
หรือทักถามก่อนได้เลยครับ เพิ่มเพื่อนใน LINE top@borrowhr.com