HR ยืมได้ — BorrowHR

สำหรับเจ้าของกิจการและทายาท
ที่เรื่องคน เริ่มคุยกันเองในบ้านไม่จบ

หน้าแรก · บันทึกจากหน้างาน

รับช่วงต่อจากรุ่นพ่อ แล้วพนักงานเก่าไม่ฟัง

12 สิงหาคม 2569 · อ่าน 6 นาที

คุณสั่งงานไป เขารับปากดี แล้วสามวันผ่านไปงานยังอยู่ที่เดิม พอตามถามก็ได้คำตอบว่า "เดี๋ยวรอถามคุณพ่อก่อนนะครับ"

ถ้าคุณกำลังเจอแบบนี้ ผมอยากบอกว่ามันเกิดกับเกือบทุกคนที่รับช่วงต่อกิจการครอบครัวครับ และในเกือบทุกเคสที่ผมเข้าไปช่วย สาเหตุไม่ใช่เรื่องที่คุณคิดไว้ตอนแรก

เขาไม่ได้ไม่เคารพคุณ

สิ่งที่ผมอยากให้ลองมองใหม่คือ ตลอดสิบยี่สิบปีที่ผ่านมา บริษัทนี้ไม่ได้เดินด้วยระเบียบหรือขั้นตอนอะไร แต่เดินด้วยการตัดสินใจของพ่อคุณ

พนักงานเก่าที่อยู่มานานเขาไม่ได้จำกฎ เขาจำว่า "เรื่องแบบนี้ต้องถามเถ้าแก่" เขาเรียนรู้มาว่าถ้าทำอะไรโดยไม่ถามก่อน แล้วผลออกมาไม่ถูกใจ เขาจะเป็นคนรับผิด

พอคุณเข้ามา แล้วสั่งอีกแบบหนึ่ง สิ่งที่เกิดขึ้นในหัวเขาไม่ใช่ "ลูกเถ้าแก่ยังเด็ก" แต่เป็น "ถ้าผมทำตามคุณ แล้วเถ้าแก่ไม่เห็นด้วย ใครรับผิดชอบ"

นี่ไม่ใช่การต่อต้าน แต่คือการเอาตัวรอดของคนที่ยังไม่รู้ว่าตอนนี้ใครเป็นคนตัดสิน และเป็นพฤติกรรมที่สมเหตุสมผลมากสำหรับเขา

ทำไมการ "แสดงความเด็ดขาด" มักทำให้แย่ลง

ทางออกที่หลายคนเลือกคือเร่งเครื่อง สั่งให้หนักขึ้น ชัดขึ้น หรือรับคนใหม่ที่เก่ง ๆ เข้ามาแทนคนเก่าที่ไม่ยอมขยับ

ผมเห็นวิธีนี้ล้มมาหลายครั้งครับ เพราะความรู้ที่ทำให้บริษัทเดินได้ทุกวันนี้ ยังอยู่ในหัวคนเก่าเหล่านั้น ไม่ได้อยู่ในเอกสารที่ไหน

ใครรู้ว่าลูกค้ารายนี้ต้องส่งของก่อนบ่ายสาม ใครรู้ว่าเครื่องตัวนี้ต้องอุ่นก่อนยี่สิบนาที ใครรู้ว่าซัพพลายเออร์เจ้านี้ต้องโทรตาม ถ้าคนเหล่านี้ออกไปพร้อมกัน คุณจะไม่ได้เสียแค่พนักงาน แต่เสียวิธีทำงานของบริษัทไปด้วย

สามอย่างที่ผมแนะนำให้ทำก่อน

1. ตกลงกับพ่อให้ชัดว่าเรื่องไหนจบที่คุณ

ข้อนี้ต้องมาก่อนทุกอย่าง และเป็นข้อที่ยากที่สุด เพราะเป็นการคุยในครอบครัว ไม่ใช่ในที่ทำงาน

ไม่จำเป็นต้องโอนทุกอย่างมาทีเดียว เริ่มจากขอบเขตที่ชัดก็พอ เช่น เรื่องคนในฝ่ายนี้จบที่ผม เรื่องเงินเกินจำนวนนี้ยังผ่านพ่อ

ที่สำคัญคือเมื่อตกลงกันแล้ว ต้องประกาศให้พนักงานรู้ทั้งบริษัท ไม่ใช่รู้กันแค่ในบ้าน เพราะปัญหาที่พนักงานเจอคือเขาไม่รู้ว่าจะต้องฟังใคร ถ้าไม่มีใครบอกเขา เขาก็จะเดาต่อไป และเดาไปทางที่ปลอดภัยกับตัวเองที่สุด

2. เอาสิ่งที่อยู่ในหัวคนออกมาเป็นเอกสาร

อันนี้ทำได้ทันทีโดยไม่ต้องขออนุญาตใคร และเป็นการลงทุนที่คุ้มที่สุดในช่วงเปลี่ยนผ่าน

ไม่ต้องทำเป็นคู่มือเล่มหนา แค่ให้แต่ละคนเขียนว่างานที่เขาทำมีขั้นตอนอะไรบ้าง ติดต่อใคร ใช้เอกสารอะไร เดือนไหนต้องทำอะไรเป็นพิเศษ

ผลพลอยได้ที่ผมชอบคือ กระบวนการนี้ทำให้พนักงานเก่ารู้สึกว่าความรู้ของเขามีค่า มีคนเห็นและอยากบันทึกไว้ ซึ่งช่วยเรื่องความสัมพันธ์มากกว่าที่คิด

3. เปลี่ยนทีละเรื่อง และอธิบายเหตุผลทุกครั้ง

รุ่นพ่อสั่งโดยไม่ต้องอธิบายได้ เพราะสะสมความน่าเชื่อถือมาสิบยี่สิบปีแล้ว คุณยังไม่มีต้นทุนตรงนั้น สิ่งที่ใช้ทดแทนได้คือเหตุผล

เวลาจะเปลี่ยนอะไร ให้บอกด้วยว่าเปลี่ยนเพราะอะไร จะวัดผลยังไง และถ้าไม่ได้ผลจะกลับไปแบบเดิมเมื่อไหร่ การบอกล่วงหน้าว่าพร้อมจะถอย ไม่ได้ทำให้คุณดูอ่อน แต่ทำให้คนกล้าลองตามคุณมากขึ้น เพราะเขาเห็นว่าคุณคิดมาแล้ว

เรื่องที่ต้องยอมรับ

ในทุกการเปลี่ยนรุ่นที่ผมเคยเห็น จะมีพนักงานเก่าจำนวนหนึ่งที่ไปต่อกับคุณไม่ได้จริง ๆ ไม่ใช่เพราะเขาไม่ดี แต่เพราะบริษัทที่เขาเลือกเข้ามาทำงานด้วยเมื่อสิบห้าปีก่อน กับบริษัทที่คุณกำลังจะสร้าง เป็นคนละที่กัน

แต่ข้อนี้ควรเป็นข้อสรุปหลังจากทำสามข้อข้างบนแล้ว ไม่ใช่ข้อแรกที่คิดถึง เพราะถ้าเริ่มจากตรงนี้ คุณจะเสียคนที่จริง ๆ แล้วแค่รอให้มีใครบอกเขาว่าตอนนี้ต้องฟังใคร

ถ้าอยากมีคนช่วยคิดในช่วงเปลี่ยนผ่าน

ผมมีบริการตรวจสุขภาพระบบคนแบบไม่มีค่าใช้จ่าย คุยกัน 60 นาที แล้วผมส่งสรุป 1 หน้าให้ภายใน 2 วันทำการ ระบุ 3 เรื่องที่ควรจัดการก่อน และ 3 เรื่องที่คุณทำเองได้เลยโดยไม่ต้องจ้างใคร

รอบนี้ไม่มีการเสนอขายครับ

ตรวจสุขภาพระบบคน — ไม่มีค่าใช้จ่าย
หรือทักถามก่อนได้เลยครับ เพิ่มเพื่อนใน LINE top@borrowhr.com